Home > Business > โมบาย-แอพ-ดาต้า สูตรสำเร็จธุรกิจยุคใหม่

โมบาย-แอพ-ดาต้า สูตรสำเร็จธุรกิจยุคใหม่

ผู้บริหารด้านไอทีและผู้บริหารขององค์กรต้องกำหนดว่าใครจะทำหน้าที่อะไรในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อพัฒนาไปสู่องค์กรดิจิทัล

เอคเซนเชอร์ เผยความนิยมอุปกรณ์โมบาย ดันให้แอพพลิเคชั่น Application เกิดเพิ่ม ส่งผล “ข้อมูล” ด้านต่างๆ มีปริมาณมากขึ้น ท้าทายองค์กรธุรกิจ Business ดึงประโยชน์จากข้อมูล ประยุกต์ใช้เพิ่มขีดแข่งขันให้องค์กร พร้อมชี้เทรนด์สำคัญ ดันองค์กรขนาดใหญ่เปลี่ยนบทบาทสู่ผู้นำเทคโนโลยี เสริมศักยภาพธุรกิจยุคใหม่

นายนนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ประเทศไทย กล่าวว่า ความแพร่หลายของการใช้อุปกรณ์โมบาย ไม่เฉพาะแค่สมาร์ทโฟน Smartphone  หรือแทบเล็ต  Tablet  แต่ปัจจุบันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ ทั้งหมดนี้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องหันมาใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ครีเอทกลยุทธ์ใหม่ๆ

ทั้งนี้ เอคเซนเจอร์เผยเทรนด์เทคโนโลยีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความนิยมของโมบาย แอพพลิเคชั่น และข้อมูลที่มหาศาล ผ่านงานวิจัย “วิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยี 2557” ที่ส่งผลให้กิจการขนาดใหญ่ขยายพรมแดนความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมให้กว้างไกลกว่าเดิม และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความสามารถในการแข่งขัน

งานวิจัยนี้ พบว่า กิจการชั้นนำต่างนำกลยุทธ์ด้านดิจิทัล เช่น ระบบโมบิลิตี้ ระบบวิเคราะห์ข้อมูล และระบบคลาวด์ มาใช้พัฒนาระบบการทำงาน นำข้อมูลแบบเรียลไทม์มาใช้ประโยชน์ ขยายขีดความสามารถของบุคลากร รวมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการและใช้ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ

พลิกโฉมสู่องค์กรดิจิทัล

ขณะที่ บริษัทขนาดใหญ่ซึ่งมีความพร้อมด้านทรัพยากร ด้านขนาด และต้องการเปลี่ยนโฉมองค์กรไปสู่องค์กรดิจิทัลได้หันมามีบทบาทนำในตลาดอีกครั้ง โดยกิจการเหล่านี้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และปรับวิธีการทำตลาด ทำงานร่วมกับพันธมิตร สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า และการจัดการธุรกรรมต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“เทคโนโลยีดิจิทัลแทรกซึมเข้าไปอยู่ในส่วนต่างๆ ของดีเอ็นเอระบบการทำงานขององค์กรทุกส่วน ส่งผลให้องค์กรเหล่านี้พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่มีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลในอนาคต”

สำหรับเทรนด์เทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในบทบาทเทคโนโลยีดิจิทัลในมุมของเอคเซนเจอร์ เช่น เส้นแบ่งระหว่างโลกดิจิทัลและโลกจริงหายไป (Digital-Physical Blur) เพิ่มความอัจฉริยะให้ทุกสิ่ง มาจากอุปกรณ์พกพา ระบบอัจฉริยะ และเครื่องมือต่างๆ ที่ให้คนเข้าถึงข้อมูลเรียลไทม์ เปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต รวมถึงการดำเนินธุรกิจขององค์กร

สู่องค์กรธุรกิจไร้พรมแดน

การเชื่อมโยงในส่วนต่างๆ เหล่านี้ช่วยเพิ่มศักยภาพของบุคลากร ทำให้ระบบทำงานอย่างอัตโนมัติ องค์กรก็ได้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่เป็นประโยชน์ โดยพนักงานและอุปกรณ์ต่างๆ สามารถตอบสนองต่อเกือบทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

เปลี่ยนจากการใช้บุคลากรภายในสู่การระดมสมองจากบุคคลภายนอก เข้าสู่ยุคองค์กรไร้พรมแดนกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เพียงพนักงานของบริษัท แต่ประกอบไปด้วยใครก็ได้ที่ใช้อินเทอร์เน็ต การเข้าถึงเครือข่ายของคนทำงานที่มีขนาดใหญ่และคล่องตัว ซึ่งไม่เพียงแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ยากๆ บางเรื่องได้ แต่หลายครั้ง กลุ่มคนทำงานเหล่านั้นก็พร้อมร่วมช่วยเหลือกันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

อีกเทรนด์สำคัญ คือ การสร้างซัพพลายเชนสำหรับข้อมูล ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการข้อมูล เพื่อให้กระจายข้อมูลได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึงยิ่งขึ้น เทคโนโลยีข้อมูลพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่นำมาใช้งานเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้ข้อมูลขององค์กรนำมาใช้ประโยชน์น้อยเกินควร

ทั้งนี้ มีองค์กรเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่บูรณาการข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันทั่วทั้งองค์กร ดังนั้น บริษัทต่างๆ จึงต้องเริ่มดูแลข้อมูลให้เหมือนกับเป็นระบบห่วงโซ่หรือซัพพลายเชน โดยให้ข้อมูลกระจายทั่วทั้งองค์กรและในระบบที่เกี่ยวข้องส่วนอื่นด้วย

จับตาแอพพลิเคชั่นองค์กรแรง

เทรนด์ที่สำคัญ และเป็นที่จับตามองมาก คือ การเข้าสู่ยุคของแอพพลิเคชั่น องค์กรปัจจุบันนำแอพพลิเคชั่นมาใช้เพื่อให้การดำเนินงานคล่องตัวขึ้น ในงานวิจัยของเอคเซนเชอร์ชี้ว่า 54% ของทีมไอทีที่มีผลงานโดดเด่นต่างนำแอพพลิเคชั่นองค์กรมาใช้ และเพื่อช่วยให้พนักงานเปลี่ยนมาใช้แอพพลิเคชั่นโมดูลที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

“ผู้บริหารด้านไอทีและผู้บริหารขององค์กรต้องกำหนดว่าใครจะทำหน้าที่อะไรในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อพัฒนาไปสู่องค์กรดิจิทัล เพราะแรงกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดมาจากองค์กรเอง นอกจากนี้ องค์กรต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้วยตัวเอง เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สนับสนุนการทำงานของซอฟต์แวร์ และเร่งสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจในที่สุด”

เขากล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน องค์กรธุรกิจทั่วโลกมากกว่า 54% มีแอพพลิเคชั่นที่สำหรับใช้ภายในองค์กร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการภายในองค์กร

 

ที่มา : www.bangkokbiznews.com

ขอบคุณทีมงาน : Thaifloodcontrol.com

ผู้บริหารด้านไอทีและผู้บริหารขององค์กรต้องกำหนดว่าใครจะทำหน้าที่อะไรในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อพัฒนาไปสู่องค์กรดิจิทัล เอคเซนเชอร์ เผยความนิยมอุปกรณ์โมบาย ดันให้แอพพลิเคชั่น Application เกิดเพิ่ม ส่งผล “ข้อมูล” ด้านต่างๆ มีปริมาณมากขึ้น ท้าทายองค์กรธุรกิจ Business ดึงประโยชน์จากข้อมูล ประยุกต์ใช้เพิ่มขีดแข่งขันให้องค์กร พร้อมชี้เทรนด์สำคัญ ดันองค์กรขนาดใหญ่เปลี่ยนบทบาทสู่ผู้นำเทคโนโลยี เสริมศักยภาพธุรกิจยุคใหม่ นายนนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ประเทศไทย กล่าวว่า ความแพร่หลายของการใช้อุปกรณ์โมบาย ไม่เฉพาะแค่สมาร์ทโฟน Smartphone  หรือแทบเล็ต  Tablet  แต่ปัจจุบันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ ทั้งหมดนี้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องหันมาใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ครีเอทกลยุทธ์ใหม่ๆ ทั้งนี้ เอคเซนเจอร์เผยเทรนด์เทคโนโลยีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความนิยมของโมบาย แอพพลิเคชั่น และข้อมูลที่มหาศาล ผ่านงานวิจัย “วิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยี 2557” ที่ส่งผลให้กิจการขนาดใหญ่ขยายพรมแดนความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมให้กว้างไกลกว่าเดิม และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความสามารถในการแข่งขัน งานวิจัยนี้ พบว่า กิจการชั้นนำต่างนำกลยุทธ์ด้านดิจิทัล เช่น ระบบโมบิลิตี้ ระบบวิเคราะห์ข้อมูล และระบบคลาวด์ มาใช้พัฒนาระบบการทำงาน นำข้อมูลแบบเรียลไทม์มาใช้ประโยชน์ ขยายขีดความสามารถของบุคลากร รวมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการและใช้ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ พลิกโฉมสู่องค์กรดิจิทัล ขณะที่ บริษัทขนาดใหญ่ซึ่งมีความพร้อมด้านทรัพยากร ด้านขนาด และต้องการเปลี่ยนโฉมองค์กรไปสู่องค์กรดิจิทัลได้หันมามีบทบาทนำในตลาดอีกครั้ง …

Review Overview

Summary : บทความ เนื้อหา

User Rating: Be the first one !
0

About admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*